รีวิว VOYAGER OF THE SEAS ล่องเรือสำราญ สิงค์โปร์ ในเครือ ROYAL CARIBBEAN INTERNATIONAL

รีวิว VOYAGER OF THE SEAS เรือสำราญสุดหรูในเครือ ROYAL CARIBBEAN INTERNATIONAL

หากท่านต้องการการเดินทางที่มีทั้งความสะดวกสบาย ครบเครื่อง ล้ำสมัย แต่ยังแฝงไว้ด้วยมนตร์ขลังแห่งการเดินทาง “เรือสำราญ” ลำยักษ์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ท่านตามหาอยู่ ยานพาหนะสุดล้ำที่ใหญ่ราวกับว่าเป็นภูเขากลางท้องทะเลนี้ครบเครื่องราวกับว่ายกทุกอย่างบนโลกมาไว้ในเรือเพื่อสร้าง “ความสำราญ” ให้กับทุกท่านดังชื่อเรือ ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของ แต่ในเชิงคุณค่านั้นกลิ่นอายแห่งการผจญภัยและการเดินทางบนท้องทะเลยังกรุ่นกลิ่นให้ทุกคนได้ซึมซับอยู่ไม่ขาด ลองนึกภาพของวิวที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีเพียงน้ำทะเล ก้อนเมฆ และเส้นขอบฟ้า อยู่รอบตัว 360° ดูสิครับ นั่นแหละคือขอบเขตของความสุขระดับเวิลด์คลาสที่เรือ “สำราญ” จะมอบให้ท่านซึ่งแน่นอนมีอยู่จริงครับ และในวันนี้ผมจะขออาสาเป็นตัวแทนเพื่อนๆ พาไปทำความรู้จักกับเรือสำราญสุดหรู

 

รีวิวเรือ Voyager of the sea

ทำความรู้จักกับ Voyager of the seas

Voyager of the seas เรือสำราญขนาดกลางที่มีขนาดระวางน้ำ 137,276 ตัน จัดอยู่ในชั้น Voyager Class เคยเป็นถึงเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยล่ะ สูง 15 ชั้น กับห้องพักจำนวน 1,643 ห้อง จุผู้โดยสารได้ประมาณ 4,269 คน จำนวนลูกเรือ 1,176 คน เรือมีความยาว 1,020 ฟุต มีลิฟต์ 14 ตัว และความเร็วสูงสุด 22 น็อต หรือประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรือลำนี้เข้าประจำการในปี ค.ศ. 1999 แต่ไม่ได้ดูเก่าเลย เพราะได้รับการปรับปรุงและตกแต่งให้หรูหราล้ำสมัยเสมอมา บนเรือนั้นเต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ให้บริการในเส้นทางของโซนทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ แต่ปัจจุบัน (ปี 2018-2019) นั้นจะเน้นให้บริการเส้นทางการเดินเรือที่พอร์ทสิงคโปร์ ภูเก็ต และปีนัง เป็นต้น

วันนี้พี่ช้างจะพามาขึ้นเรือสำราญ ล่องเรือสำราญสิงค์โปร์ กัน 4 วัน 3 คืน แบบเต็มอิ่ม โดยเดินทางจากสิงค์โปร์ ไป ปีนัง และ จากปีนัง กลับมา สิงค์โปร์

ห้องพักบนเรือ Voyager of the seas

ก่อนอื่นมากันที่ห้องพักบนเรือ บนเรือสำราญลำนี้ มีห้องพักหลาย Type ให้ได้เลือกกันได้แก่

Interior มีจำนวน 642 ห้อง ขนาดห้อง 15 ตารางเมตร โดยห้องนี้จะเป็นแบบเริ่มต้นราคาจะประหยัดสุดๆเหมาะอย่างมากสำหรับคนงบน้อยอย่างผม ตัวห้องจะอยู่ด้านในของตัวเรือในส่วนหัวหรือท้ายเรือ

Outside มีจำนวน 230 ห้อง ขนาด 15-19 ตารางเมตร โดยห้องนี้จะมีกระจกเล็กๆสามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้ ตัวห้องอยู่ด้านหัวเรือ

Ocean View with Balcony มีจำนวน 652 ห้อง ขนาด 15-17 ตาราเมตร ห้องนี้เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะตัวห้องพักมีระเบียงให้ออกไปนั่งเล่น สามารถมองเห็นวิวท้องทะเลอันสวยงาม

Suites หรือ ห้อง สวีท มีจำนวน 119 ห้อง ขนาดของห้องมีตั้งแต่ 24-101 ตารางเมตร แน่นอนครับเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หรูที่สุด สามารถทำให้เราได้ความรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในโรงแรมหรูเลยครับผม

โดยวันนี้พี่ช้างได้มาพักกันที่ห้องแบบ Balcony ที่มีระเบียงยื่นออกไปจากตัวเรือนั้นเอง การเช็คอินเข้าห้องตอนขึ้นเรือ ทุกคนจะได้รับบัตรประจำตัวสำหรับใช้บนเรือ (SeaPass Card) ที่ใช้ในการซื้อสินค้าต่างๆ บนเรือ รวมไปถึงเป็นคีย์การ์ดสำหรับเข้าห้องอีกด้วย

ห้องพักบนเรือ voyager of the sea

ภายในห้องนั้นจะประกอบไปด้วยเตียง โซฟา ทีวี โต๊ะอเนกประสงค์ และตู้เสื้อผ้าและที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับห้อง Balcony คือระเบียงที่จะให้เราสามารถออกไปรับลมสบายๆ จากท้องทะเล และมองออกไปยังเส้นขอบฟ้า ก็เป็นการผ่อนคลายได้ไม่น้อย

ห้องอาหารภายในเรือ

ภายในเรือนี้จะมีห้องอาหารหลักๆ ทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน คือ แบบที่ฟรีสามารถใช้บริการได้ทันที และ แบบที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมครับ

แบบแรกที่สามารถใช้บริการได้ฟรี จะมีทั้งหมด 2 สถานที่ด้วยกันได้แก่

  1. Windjammer Cafe เป็นห้องอาหาร International Buffet ที่เปิดบริการตั้งแต่เช้า ถึง ตอนถึงช่วงดึก โดยห้องอาหารนี้เราสามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกเมื่อ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยอาหารจะมีการเปลี่ยนไปตามเวลา เพื่อให้เหมาะกับมื้ออาหารเวลานั้นๆอีกด้วย

อาหารบุฟเฟต์    อาหารบุฟเฟต์ของคาว

อาหารบุฟเฟต์ห้อง windjammer    บุฟเฟต์เมนูเนื้อ

2. Sapphire Main Dinning Room ห้องอาหารนี้จะค่อนข้างพิเศษที่จะต้องทำการจองโต๊ะเพื่อที่จะเข้าไปใช้บริการก่อน โดยอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแบบ Full Course ถึงแม้จะเป็น Full Course แต่หากเราชื่นชอบเมนูไหนเป็นพิเศษก็สามารถที่จะสั่งเมนูนั้น เพิ่มเติมได้เรื่อยๆเช่นกัน

แบบที่สองห้องอาหารที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม (Spcialty Restaurant) จะมีทั้งหมด 4 ห้องได้แก่

1. Izumi ห้องอาหารญี่ปุ่น

2. Chops Grille ห้องอาหาร สเต๊กสไตล์อเมริกัน

3. Giovanni’s Table ห้องอาหารสไตล์อิตาลี ซึ่งห้องนี้พี่ช้างได้ไปลองมาแล้วโดยที่นี่จะเสิร์ฟแบบเป็น Course เป็นยังไงมาดูกัน

เมนูห้องอาหาร GIOVANI

เริ่มต้นด้วยซีซ่าสลัด เบาๆ สบายท้อง

ต่อหนักมาเริ่มหนักท้องไปด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยชั้นดี

พูดถึงอาหารอิตาลี ขาดไม่ได้เลยกับพาสต้า ที่หน้าตาอาจจะไม่คุ้นชิน แต่ขอบอกว่ารสชาต อร่อยเลยทีเดียวครับ

ลาซานญ่า เนื้อ จานนี้พี่ช้างชอบมากครับ

เข้าจานหลักด้วยเสต๊กเนื้อ มีเดี่ยมแรร์ที่พี่ช้างสั่งมา หอมนุ่มมากครับ

ตบท้ายด้วยขนมหวานที่กินได้อย่างจุใจเลยทีเดียว


4. Johnny Rockets ห้องอาหารแฮมเบอร์เกอร์และฟาสฟู้ดชื่อดังจากอเมริกา โดยมีให้เลือกชำระเป็นราคาบุฟเฟ่ต์ที่ ซึ่งนับว่าคุ้มมากๆ ค่ะ

กิจกรรมความสนุกบนเรือ

ภายในเรือมีกิจกรรมความสนุกและสิ่งที่ทำให้เราได้เพลิดเพลิน มีทั้ง โรงละครเพื่อใช้แสดงโชว์ ไนต์คลับ บาร์ ร้านอาหาร เลานจ์ สระว่ายน้ำ คาสิโน ลานสเกตน้ำแข็ง และยังลานกีฬา อาทิ มินิกอล์ฟ บาสเกตบอล ฟิตเนส ปีนหน้าผา Flow Rider นั้นก็คือกระดานโต้คลื่นสุดมันส์ ยังไม่หมดแค่นี้ยังมีดาวน์ทาวน์ที่อยู่กลางเรือ อย่าง The Royal Promenade  ที่มีสินค้าปลอดภาษีราคางามให้เราได้เลือกจับจองเป็นเจ้าของ และยังมีการแสดงดนตรี กลางแจ้ง อีกด้วย  โดยเรือจะแล่นจากสิงคโปร์ไปยังเมืองปีนังประเทศมาเลเซียแล้ววนกลับมาที่สิงคโปร์ เพราะฉะนั้นเราต้องขึ้นเรือ ที่สิงคโปร์ครับผม

ถ้าบอกกิจกรรมความสนุกบนเรือโดยรวมคงไม่เข้าถึงอารมณ์มากนัก งั้นผมจะเล่าความสนุกให้ฟังอย่างละเอียดยิบโดยเราจะพาไปแนะนำกันทุกชั้นเลยครับ

เริ่มต้นด้วยชั้นบนสุด ชั้นที่ 15

ชั้นนี้นั้นถือเป็นชั้นที่สูงที่สุดของเรือ จะมี Skylight Chapel เป็นห้องกระจกเล็กๆไว้สำหรับสวดมนต์ ถึงแม้ว่าจะอยู่บนเรือ แต่เราก็สามารถทำกิจกรรมของศาสนาได้ครับ


ชั้นที่ 14

ชั้นนี้มี Viking Room Lounge เป็นผับเล็กๆที่ความสนุกใหญ่มาก เอาใจสายย่อ สายดื่ม สายแด๊นซ์ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ ถ้าใครอยากจะ นั่งชมบรรยากาศในผับแห่งนี้ก็ทำได้ครับ เพราะมีกระจกล้อมรอบให้เห็นบรรยากาศภายในเรือจนถึงบรรยากาศข้างนอกเลยครับ แต่มีข้อแม้ การจะเข้าผับแห่งนี้ได้ ต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์เท่านั้นนะครับเพราะมีการตรวจบัตรก่อนเข้า ชั้นนี้ยังมี ร้านอาหารญี่ปุ่น Izumi และ Diamond Club ไว้สำหรับ สายดื่ม นั่งฟังเพลงชิวๆครับ


ชั้นที่ 13

ชั้นนี้เอาใจคอกีฬาเอกซ์ตรีม สายลุยไม่ควรพลาด เริ่มสถานที่แรก

  • Rock Climbing Wall เป็นการปีนหน้าผาจำลอง ตัวนี้มีความสูงกลางๆๆเหมาะสำหรับทุกคนใครชอบปีนเขาไต่หน้าผา อันนี้ตอบโจทย์ครับ

  • Sports Court เป็นลานกว้าง สนามบาสเกตบอลขนาดมาตรฐาน มีแป้นบาสสองข้าง ไว้เล่นกันได้อย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนเป็นสนามฟุตซอลเอาใจสายเตะ ได้อีกด้วยหรือใครจะไม่อยากลุยๆ จะตีปิงปองในที่ร่มก็ได้เช่นกัน
  • Mini Golf บนเรือยังมีให้ฝึก วงสวิงแขน หรือออกรอบกอล์ฟ ด้วยนะครับ

  • Flowrider คือ กระดานโต้คลื่น ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดมันส์ เพราะผู้เล่นจะต้อง ยืนทรงตัวบนกระดานโต้คลื่น โดนจะมีกระแสคลื่นน้ำจำลองไว้ ใครที่ยังเล่นไม่เป็นไม่ต้องห่วงครับ เพราะจะมีเทรนเนอร์คอยสอน และช่วงแรกๆจะจับแขนเราให้ทรงตัวได้ก่อนพอเคยชิน จากนั้น เขาจะปล่อยให้เราได้ผจญกับการทรงตัวของกระดานโต้คลื่น รับรองมันส์สนุกสุดๆ


ชั้นที่ 12

มี Vitality At Sea Spa เอาใจสาวๆด้วย สปา แต่หนุ่มๆก็เข้าได้นะครับข้างในมีครบไม่ต่างจากสปาหรูๆข้างนอกเลยครับ

Sky Bar มีบาร์ขนาดเล็กๆ ที่สามารถมองเห็นวิวบนเรือได้อย่างสวยงาม เรียกได้ว่านั่งจิบแอลกอฮอล์เพลิดเพลินดื่มบรรยากาศได้เป็นวันๆเลยครับ

ในเรือมี Video Arcadeและ Adventure Ocean ไว้เอาใจเด็กๆวัยรุ่นหรือทุกๆวัย ไว้เล่นแก้เบื่อ หรือเล่นสนุกๆทั้งวันยังได้ครับ ขอบอกก่อนเลยว่าอลังมากๆครับ มีครบแทบจะทุกเครื่องเล่น เรียกได้ว่ายก เกมส์เซ็นเตอร์ เข้ามาอยู่ในเรือเลยก็ว่าได้


ชั้นที่ 11

ใครมาเรือทั้งที ก็น่าจะอยากว่ายน้ำเล่น อยากเปียก แน่นอนครับ ชั้นนี้มี Swimming Pool ให้ทุกท่านได้ว่ายน้ำ โดยสระพูล ไม่ได้มีแค่สระเดียว แต่มีประมาณ เกือบ 7 สระ ให้ได้เลือก รวม Whirlpools สระสปาให้ได้ลงแช่ด้วยครับ แถมยังมีปาร์ตี้ PoolBar ใน Solarium Bar ให้ได้เพลิดเพลินอีกด้วยครับ

สายกล้ามปูสายสุขภาพมี Vitally At Sea Fitness Center ไว้ได้ฟิตหุ่นและออกกำลังกาย แน่นอนครับระดับความหรูในเรือยังขนาดนี้ ฟิตเนสในนี้ก็เช่นกันครับมีครบ

เมื่อทำกิจกรรมจนเหนื่อยแล้ว เรามาแวะเติมพลังงานที่ Chops Grille ห้องอาหารที่ให้บริการอาหารทะเลและสเต็กซึ่งมีให้เลือกรับประทานหลากหลายมากครับ


ชั้นที่ 10

ชั้นนี้จะไม่มีสถานที่บันเทิงครับ แต่ เป็นห้องพัก Suites, Balcony, Interior


ชั้นที่ 9

เช่นเดียวกันกับชั้นที่ 10 ครับ เพียงแต่เพิ่มห้อง Ocean View แล้วตรงกลางฝั่งท้ายเรือจะมี Concierge Club ไว้ให้นั่งดื่มด่ำบรรยากาศในเรือครับ


ชั้นที่ 8

จะมีห้องพัก Suites, Balcony, Interior, Ocean View  ตรงห้องโถงฝั่งท้ายเรือจะมี Rc Online หรือห้องคอมพิวเตอร์ ให้เราได้ใช้งานครับ


ชั้นที่ 7

จะมีห้องพัก Suites, Balcony, Interior, Ocean View  ตรงโถงฝั่งท้ายเรือ มี Library ไว้ให้นั่งเล่นนั่งคอยเพื่อน


ชั้นที่ 6

จะมีห้องพัก Suites, Balcony, Interior, Ocean View  เช่นเดียวกับชั้นที่ 8 ครับ


ชั้นที่ 5

เริ่มมีแสงสีเสียงกับสถานที่แรกเลย Star Lounge จะเป็น เป็นเลานจ์ ที่นอกจากจะนั่งชิวแล้วเรายังสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีเปียโนสดอีกด้วย

ยังไม่หนำใจครับยังมี Royal Promenade ที่จำลองถนนเข้ามาอยู่ในเรือ ซึ่งทั้งสองฝั่งจะมีสินค้าขาย และยังมีการแสดงโชว์นอกสถานที่ให้เพลิดเพลิน สนุกสนานกันเลยครับ

Guest Services หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เค้าเตอร์ชั้น 5 ที่สำคัญมีตู้ ATM ให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการเงินสดอีกด้วย

สามารถแวะเติมพลังได้กับ Café Promenade,Ice Cream Parlor,Pig&Whistlepug และ Sapphire Diningroom มาให้เลือกรับประทานกันครับ โดยเฉพาะ Café Promenade มีเครื่องดื่มให้บริการฟรีกันแบบ 24 ชม. เลยทีเดียว รวมไปถึงขนม พิซซ่าก็มีให้ทานฟรี ตลอดการเดินทางภายในเรือลำนี้อีกด้วย

ชั้นที่ 4

พบกับ La Scala Theatre เป็นโรงละครสุดหรูอลังการ ให้เราได้เข้าไปรับชมการแสดง มีทั้ง ละครร้อง ละครบรอดเวย์ การแสดงมายากล และอื่นๆอีกมากมาย ตามรอบที่จะแสดง ตามวันเวลาที่ระบุในรายการของเรือ (Cruise Compass) เลยครับ

สำหรับคนที่ชอบงานศิลปะ มี Art Gallery ให้ได้ชมครับ มีรูปวาดต่างๆ พร้อมทั้งเราสามารถซื้อภาพวาดนี้ได้ แล้วยังมีร้านอาหารเช่น Giovanni Table,Schooner Bar ให้ทุกท่านได้เลือกทานครับผม และอีกส่วนหนึ่งภายในชั้นนี้จะมี Casino Royale

ชั้นที่ 3

จะมีห้องพัก Interior, Ocean View  และยังLa Scala Theatre เป็นโรงละครสุดหรูอลังการเช่นเดียวกับชั้นที่ 4

แถมชั้นนี้ยังมี Center Ice Rink ลานสเกตน้ำแข็ง (Studio B) ซึ่งมีการแสดงที่ถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งบนเรือรอบนี้เลยก็ว่าได้ โชว์สเกตน้ำแข็งที่คัดนักแสดงระดับสุดยอดจากหลากหลายประเทศ ทำให้การแสดงน่าตื่นเต้น อลังการ สวยสดงดงาม มากๆครับ ปกติถ้าไม่มีการแสดง ผู้คนสามารถเข้ามาเล่นสเกตน้ำแข็งที่ลานนี้ได้นะครับ

ชั้นที่ 2

จะมีห้อง Ocean View  และมี Conference Center ห้องประชุมไว้สำหรับประชุมลูกเรือ หรือใครไปกับคณะทำงานหรือเพื่อนฝูงเยอะๆ แล้วอยากประชุม ก็สามารถทำได้ครับ

ชั้นที่ 1

จะเป็นโซนห้องพักของลูกเรือครับ

จบไปแล้วครับกับการรีวิวเรือสำราญ หวังว่าเพื่อนๆจะมีโอกาสมาเยือนเรือ Voyager Of The Seas และได้รับประสบการณ์สุดประทับใจอย่างผมนะครับ



Related Post